ข้อมูลทั่วไป

มูลเหตุการณ์ดำริสร้างพระมหาธาตุเจดีย์

สมเด็จพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากรมหาเถร)

เนื่องด้วยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ทางวัดสระกะเทียมได้รับมอบพระพุทธรูปต่างๆ

จาก สมเด็จพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากรมหาเถร)

อดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม(ปัจจุบัน มรณภาพแล้ว)

จำนวนประมาณ ๓๐๐๐ องค์ ให้มาดูแลรักษา

ทางวัดสระกะเทียมจึงดำริจะจัดสร้างอาคารเพื่อเก็บดูแลรักษาพระพุทธรูปดังกล่าว

ซึ่งเป็นอาคารสูงสองชั้น บนชั้นที่สองตรงกลางสร้างเป็นเจดีย์

ภายในยอดพระเจดีย์สร้างเป็นบุษบก ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 

 

 

 

บุษบกประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

 อาคารนี้จัดเป็นนิทรรศการพุทธศิลป์ เปิดให้ประชาชนเข้ากราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ

และชมพระพุทธรูปในอาคารทั้งสองนี้ได้ต่อไป ซึ่งเริ่มการดำเนินการก่อสร้างประมาณปลายปี

พ.ศ. ๒๕๕๑ หลังจากการปรับสถานที่ที่ใช้ในการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญ

มาจากเมืองพานาดูระ ประเทศศรีลังกา

เมื่อวันที่ ๑๘ ม.ค.๒๕๕๕

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอย่างพระพุทธรูปเก่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่ในเขตพุทธาวาสของวัดสระกะเทียม อยู่ด้านหลังพระอุโบสถเป็นแกนเดียวกัน

โดยถือว่าเมื่อสักการะพระพุทธรูปในพระอุโบสถก็เสมือนกราบพระบรมสารีริกธาตุ ภายในองค์เจดีย์ในคราวเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนผังอาคาร

เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมอาคารแสดงพุทธศิลป์ เป็นอาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง

มีทางขึ้น ๓ ทาง คือ ด้านหลังพระอุโบสถ ๑ ทาง, ด้านข้างเจดีย์ ๒ ทาง โดยทางขึ้นด้านข้างพระเจดีย์

มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา และพระสีวลี พระเจดีย์แบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็น ๔ ชั้น

โดยชั้นลานประทักษิณ ยกระดับลานประทักษิณโดยรอบใช้เป็นห้องเก็บวัตถุจัดแสดงภายใน

ชั้นที่ ๑ เป็นห้องจัดแสดงที่มาของโครงการ, ประวัติบูรพาจารย์ผู้มอบศิลปะวัตถุให้ทางวัด, พุทธศิลป์และศิลปะเกี่ยวเนื่อง

ชั้นที่ ๒ เป็นห้องจัดแสดงพุทธศิลป์และศิลปะเกี่ยวเนื่องซึ่งต่อเนื่องจากชั้นที่ ๑

ชั้นบนสุดของเจดีย์เป็นห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีซุ้มจรณัมทั้ง ๔ ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะต่างๆ

 

 

แนวความคิดในการออกแบบ

   เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมอาคารแสดงพุทธศิลป์ เป็นอาคารที่มีรูปแบบการใช้สอยใน ๒ ลักษณะ กล่าวคือ ใช้สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อให้ประชาชนสามารถสักการะพระบรมสารีริกธาตุได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งใช้ในการจัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับพุทธศิลป์และศิลปะเกี่ยวเนื่อง ซึ่งต้องใช้พื้นที่มากพอสมควร อีกทั้งทางวัดมีความประสงค์ในการเก็บพื้นที่สีเขียวให้ได้มากที่สุด ผู้ออกแบบจึงมีแนวความคิดที่ใช้รูปแบบอาคารซ้อนชั้นสูงลดหลั่นกันไป โดยออกแบบเป็นหมู่เจดีย์ และใช้รูปแบบเจดีย์ทรงลังกาเป็นต้นเค้าความคิด อันเป็นพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นองค์สถาปนา ธรรมยุตินิกาย รวมทั้งเครื่องลำยองที่เลือกใช้ประดับเป็น “หัวนกเจ่า” ซึ่งเป็นพระราชนิยมในรัชกาลเช่นกัน ทั้งนี้ผู้ออกแบบได้ประยุกต์เป็นหัวนาค เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกับองค์ประกอบโดยรวมของทางวัด และเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จึงได้ออกแบบเป็นหมู่เจดีย์ มีเจดีย์ประธาน ๑ เจดีย์บนซุ้มจรณัม ๔ องค์ และเจดีย์มุม ๔ องค์ รวม ๙ องค์ ซึ่งแต่ละองค์มีปล้องไฉน ๙ ชั้น เมื่อรวมกันแล้วทั้งหมด ๘๑ ชั้น อันเป็นคติเลขมงคลแบบไทยในการเฉลิมพระชนมพรรษา

รูปทัศนียภาพพระมหาธาตุเจดีย์

   โดยหน้าบันที่มุขประดิษฐานตราสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา เจดีย์ประธานประดิษฐานบนฐาน ๘ เหลี่ยม สื่อถึงพระบรมโพธิสมภารแผ่ไพศาลไปทั่ว ๘ ทิศ การเลือกใช้สีอาคาร ลานประทักษิณใช้ไม้พุ่มเตี้ยให้ดอกสีเหลือง เพื่อสื่อถึงสีประจำวันพระราชสมภพและให้ต่อเนื่องกับงานภูมิทัศน์โดยรอบ

   ชั้นล่างของพระเจดีย์ใช้สีครีมเพื่อให้เข้ากับพระอุโบสถ และค่อยไล่สีให้ขาวขึ้นเมื่ออยู่ชั้นสูงขึ้น จนพระเจดีย์เป็นสีขาว เป็นให้รู้สึกถึงความเบาสบาย ทั้งนี้องค์เจดีย์ประธานประดับโมเสกสีทองเพื่อเน้นความสำคัญขององค์ประธาน เนื่องจากในสภาพสังคมปัจจุบัน ที่ต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาและความปลอดภัยของอาคาร จึงเลือกใช้ลวดบัวเป็นการสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย ไม่ใช้ซุ้มหน้าต่างที่มีการประดับตกแต่งมาก เลือกใช้เพียงกรอบเช็ดหน้าประดับด้วยลูกกรงภายนอกเพื่อความปลอดภัยของวัตถุ จัดแสดงไปพร้อมกัน มีการประดับตกแต่งขององค์ประกอบองค์เจดีย์ประธานที่ต้องเน้นความสำคัญเท่านั้น

   การตกแต่งภายในห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ออกแบบให้จุดศูนย์กลางของห้องประดิษฐานบุษบก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์บุษบกออกแบบเป็นบุษบกยอดมงกุฏจำหลักไม้ปิดทอง เหตุที่ใช้ยอดเป็นมงกุฏเนื่องจากต้องการสื่อถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวซึ่งเป็นองค์สถาปนาธรรมยุตินิกาย ที่ซุ้มจรณัมทั้ง ๔ ด้าน ออกแบบเป็นห้องประดิษฐานพระพุทธรูปรูปแบบศิลปะต่างๆ โดยถือประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ซุ้มจรณัมทางทิศเหนือ เป็นพระพุทธรูปศิลปะพม่า, ทางทิศตะวันตก เป็นพระพุทธรูปศิลปะอินเดีย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสื่อให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวของพุทธศาสนิกชนโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ

 

 

  

สีอาคาร

 

 

 

 

 

เหตุการณ์สำคัญต่างๆ อัญเชิญพระบรมไปยังสถานที่สร้างพระเจดีย์ เพื่อให้สาธุชนกราบไหว้สักการะบูชาตามโอกาสวันสำคัญทางศาสนา

 

วางศิลาฤกษ์ โดย สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ และสมเด็จพระวันรัต

ประทักษิณเวียนเทียนบูชาคุณพระผู้มีพระภาคเจ้า

ปฏิบัติบูชา

 

ตอกเสาเข็ม

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพถ่ายทางดาวเทียมปี พ.ศ.๒๕๕๒

 

ลายพระหัตถ์ ใน สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เมื่อครั้งประทานนามแห่งพระมหาธาตุเจดีย์วัดสระกะเทียม พ.ศ. ๒๕๕๕ ประทานนามว่า "พระมหาธาตุเจดีย์ศรีพุทธปาพจน์" พระมหาเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ และจารึกพระพุทธพจน์ อันเป็นมิ่งมงคล

 

* * * * *

การสมทบทุนสร้าง

บริจาคได้ตามกำลังศรัทธาที่ "วัดสระกะเทียม"
หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย สาขานครปฐม
ประเภทบัญชี ออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 352-2-42915-2
ชื่อบัญชี วัดสระกะเทียม

 

 

 

* * * * *